วันเสาร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2552

นวดปรับธาตุให้สมดุล โดยไม่ต้องพึ่งยา

ทุกวันนี้การค้าเจริญไปมาก การก่อสร้างและออกแบบตกแต่งต่างไปจากในอดีต การนำฮวงจุ้ยมาใช้มักด้วยวัตถุประสงค์ว่า เพื่อสร้างให้พื้นที่เกิดความสวยงาม รวมทั้งเป็นการเสริมดวงที่ดีขึ้น มีโชคลาภเข้ามา ในมิติหนึ่งฮวงจุ้ยจึงเป็นศิลปะของการสร้างหรือตกแต่งหรือจัดวาง เพื่อจัดการกับพลังที่มองไม่เห็น ทั้งเพื่อเสริมพลังดี และสลายพลังที่ไม่ดี

เช่นเดียวกับสปาหาญ (HARNN Natural Home Spa) ที่ได้ จิตรา ก่อนันทเกียรติ ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์จีนมาทำหน้าที่ออกแบบฮวงจุ้ยให้ ในครั้งนี้เธอกล่าวว่า มีการค้นพบการจัดแต่งฮวงจุ้ยสำหรับการอยู่อาศัยและการทำงาน ตลอดจนชีวิตครอบครัวเรียกว่า "ดูตี่ลี่" และเรียกการทำหรือจัดแต่งสุสานสำหรับบรรพบุรุษว่า ฮวงจุ้ย หรือ เฟิงสุย แต่ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่ในไทยเข้าใจเหมารวมว่าการจัดแต่งสถานที่ทั้งสำหรับคนเป็นและคนตายคือ ฮวงจุ้ย


ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศาสตร์จีนได้กล่าวถึงการนำเอาสปามาช่วยเพื่อปรับธาตุกายให้สมดุล นับว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสาธารณะมาก เพราะ ทุกวันนี้แม้จะมีผู้รู้จักคำว่า ธาตุ แต่ก็อาจไม่รู้จักโดยละเอียดว่าธาตุมี 3 แบบ ได้แก่ ธาตุในทางวิทยาศาสตร์ ธาตุในทางโหราศาสตร์จีน และธาตุในทางพระพุทธศาสนาและอายุรเวท ซึ่งเป็นแนวทางที่สปาหาญนำมาใช้เป็นการดูแลร่างกายเพื่อให้มีธาตุกายที่สมดุล


ธาตุลม คือ ระบบประสาทและเส้นสายภายใน ที่เราเรียกการออกกำลังและการนวดตัวว่าเพื่อยืดเส้นยืดสาย

ส่วน ธาตุไฟ คือ อุณหภูมิในร่างกายที่ควรอุ่นพอดี ไม่ร้อนเกินไป ถ้าทำงานเหนื่อยหรือหนักเกินไปจนอวัยวะภายในทำงานหนัก ตัวก็จะร้อน ในที่นี้น้ำขมสามารถช่วยได้กับธาตุไฟ

สำหรับธาตุที่สามคือ ธาตุรวมดินและน้ำ คือ เลือดเนื้อ ซึ่งทุกวันนี้มีการวิจัยพบว่า การนั่งนิ่งๆ ในที่แคบเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดอาการหัวใจวายจากลิ่มเลือดอุดตัน วิธีแก้ที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ร่างกายอ่อนเพลีย คือ การนวด ทั้งด้วยการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ด้วยน้ำมันกลิ่นหอมที่เป็นสุคนธบำบัด คนส่วนใหญ่ที่วัยเลยเลขสี่ ทุกครั้งที่เพลียหรือรู้ตัวว่าทำงานเกินกว่าวันละ 8 ชั่วโมง หรือนั่งทำคอมพิวเตอร์นานจนลืมเวลา ควรมานวดผ่อนคลาย ไม่ใช่กินอาหารเสริมมากจนเป็นโรคตับ" จิตรา อธิบาย


อย่างไรก็ดี เธอกล่าวย้ำด้วยว่า เพื่อจัดระบบฟื้นฟูให้ลูกค้าคืนสู่สภาวะสมดุลในธาตุได้อย่างเต็มที่ สปาแต่ละแห่งจึงควรจัดให้มีการตรวจสุขภาพแก่ลูกค้าก่อน เพื่อทราบว่าขณะนั้นร่างกายแต่ละคนกำลังอยู่สภาวะธาตุอย่างไร ทั้งนี้อาจจะจัดเป็นกลิ่นสุคนธบำบัด หรือโปรดักส์ที่เหมาะสมกับลูกค้าให้รู้สึกผ่อนคลาย และก่อให้เกิดผลประโยชน์ของการปรับสมดุลธาตุแทนที่จะไปกินอาหารเสริมมากเกินไปซึ่งเป็นการแก้ไขไม่ถูกจุด

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ดื่มเหล้าอะไรก็เสี่ยงมะเร็งเต้านม

ดร.อาร์เธอร์ แคลตสกี จากโครงการเดอะ ไคเซอร์ เพอร์มาเนนท์ เมดิคัล แคร์ โปรแกรม ในโอ๊กแลนด์ เปิดเผยต่อที่ประชุมมะเร็งยุโรปว่า จากการศึกษากับสตรีหลายหมื่นคนพบว่า ปริมาณสุราที่ดื่มคือปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าประเภทของสุรา มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตผู้หญิงทั่วโลกมากเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปอด คาดว่าปีนี้จะตรวจพบผู้ป่วยรายใหม่ 1.2 ล้านคนทั่วโลก และจะมีผู้เสียชีวิต 500,000 คน คณะนักวิจัยศึกษาพฤติกรรมการดื่มสุราของสตรี 70,000 คน ที่มีเชื้อชาติแตกต่างกัน พวกเธอตรวจสุขภาพช่วงปี 2521-2528 ปรากฏว่าในจำนวนนี้เกือบ 3,000 คน เป็นมะเร็งเต้านมก่อนปี 2547

คณะนักวิจัยพบว่า สตรีที่ดื่มสุราวันละ 1-2 แก้ว มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มไม่ถึงวันละ 1 แก้ว แต่หากดื่มเกินวันละ 3 แก้ว จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 30 ส่วนการที่เคยมีผลการศึกษาอื่นชี้ว่า การดื่มสุราแต่พอควรช่วยป้องกันโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายได้นั้น คณะนักวิจัยชุดนี้คิดว่า อาจเป็นเพราะแอลกอฮอล์ช่วยให้เกิดคอเลสเทอรอลชนิดดี ที่ช่วยลดการเกิดลิ่มเลือด และลดความเสี่ยงเป็นเบาหวาน แต่แอลกอฮอล์ กลับเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมตามผลที่ได้จากงานวิจัยชิ้นนี้.

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

การออกกำลังกายให้เหมาะสมกับกลุ่มอายุ

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เปรียบเสมือนการให้อาหารเสริมที่ดีกับชีวิต เราทุกคนจึงควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับกลุ่มอายุด้วย

อายุต่ำกว่า 10 ขวบ เน้นที่ความสนุกของเด็กเป็นหลัก เพื่อฝึกความคล่องตัว และรู้จักเล่นกับเพื่อน เป็นการออกกำลังกายเบาๆ ง่ายๆ ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากนัก เช่น วิ่ง เล่นเกมส์ กายบริหารประกอบดนตรี ปีนไต่ ยิมนาสติก ที่สำคัญพ่อแม่ไม่ควรมุ่ง ให้ลูกฝึกเพื่อเอาชนะ เพราะไม่ดีกับสุขภาพเด็ก

วัย 11-14 ปี เน้นเรื่องความคล่องแคล่วและปลูกฝังน้ำใจนักกีฬา จึงควรเล่นกีฬาหลากหลายเพื่อพัฒนาร่างกายทุกส่วน เช่น ปิงปอง แบดมินตัน ยิมนาสติก ฟุตบอล แชร์บอล ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน ที่เป็นข้อห้ามคือชกมวยและการออกกำลังกายที่ต้องใช้ความอดทน เช่น วิ่งไกล กระโดดไกล ยกน้ำหนัก รักบี้ ยิมนาสติกที่มีแรงกระแทกสูง เพราะจะขัดขวางการเติบโตและความยาวของกระดูก

วัย 15-17 ปี เริ่มมีความแตกต่างระหว่างเพศ ผู้ชายจะออกกำลังกายเพื่อให้เกิดกำลัง ความแข็งแรง รวดเร็ว อดทน เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน เล่นบาส วอลเล่ย์บอล โปโลน้ำ ขณะที่ผู้หญิงออกกำลังกายที่ไม่หนักแต่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของร่างกาย เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน เต้นแอโรบิค เทนนิสวัย

18-35 ปี ควรออกกำลังกายหลายๆ อย่างเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อทุกส่วน เช่น วิ่ง ถีบจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เล่นกีฬา เช่น บาสเกตบอล เทนนิส ฟุตบอล แบดมินตัน ปิงปอง สคว้อช กอล์ฟ ลีลาศ

วัย 36-59 ปี วัยนี้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความอ่อนตัวของเอ็นและข้อต่อมีแต่เสื่อมลงทุกวัน ควรออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 5 วัน ๆ ละ 30 นาที จะฟื้นฟูร่างกายได้ ที่แนะนำคือ เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ถีบจักรยาน ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค

วัยอายุ 60 ปีขึ้นไป การออกกำลังกายด้วยการ เดิน กายบริหาร รำมวยจีน ซีกง ถีบจักรยานอยู่กับที่ ว่ายน้ำ จะช่วยเสริมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้ดีขึ้น

วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

แหล่งเชื้อโรค ใกล้ๆ ตัวเรา





รอบๆ ตัวเรามีแหล่งสะสมเชื้อโรคมากมายที่คนทั่วไปมักจะมองข้าม อะไรบ้าง?

อ่างล้างจาน - เคลลีย์ เรย์โนลด์ส นักจุลชีววิทยาสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยอาริโซนา บอกว่า อ่างล้างจานในห้องครัวสกปรกยิ่งกว่าห้องน้ำ บริเวณท่อน้ำทิ้งมีแบคทีเรียเฉลี่ยถึง 5 แสนตัวต่อตารางนิ้ว โดยเฉพาะฟองน้ำล้างจาน ถ้าไม่ทำความสะอาดหรือตากให้แห้งอาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แบคทีเรีย

ห้องน้ำสาธารณะ - จุดสกปรกที่สุดไม่ใช่บริเวณที่รองนั่งอย่างที่เข้าใจกัน แต่เป็นสายชำระ ตามด้วยคันโยกกดน้ำและลูกบิดหรือมือจับประตู และการกดชักโครกแต่ละครั้งยังเป็นการแพร่กระจายเชื้อโรคสู่อากาศอีกด้วย

จุดบริการน้ำดื่ม - กรุงเทพมหานครสำรวจล่าสุดพบว่า น้ำดื่มที่กดจากเครื่องทำน้ำเย็นในโรงเรียน มีสารตะกั่วปนเปื้อนเกินมาตรฐาน และที่น่ากังวลคือร่างกายเด็กสามารถดูดซึมสารตะกั่ว (มาจากวัตถุที่ใช้เชื่อมประกอบตู้โลหะ) ได้มากกว่าผู้ใหญ่ประมาณ 40%

ตะกร้าช็อปปิ้ง-เอทีเอ็ม - ถ้าผู้ใช้ก่อนหน้าเราป่วย หูหิ้วหรือที่จับรถเข็นอาจจะเปรอะสารคัดหลั่งพวกน้ำลาย หรือน้ำมูก เช่นเดียวกับตู้เอทีเอ็ม มีนักวิจัยไต้หวันตรวจสอบพบว่า แต่ละปุ่มมีเชื้อโรคเฉลี่ยประมาณ 1,200 ตัว

สนามเด็กเล่น - เด็กย่อมเห็นความสนุกสำคัญกว่าความสะอาด จึงไม่แปลกที่จะพบคราบน้ำมูก น้ำลาย ปัสสาวะ หรือเลือดปะปนอยู่ตามสนามและเครื่องเล่น เด็กชอบดูดนิ้วและนำของเล่นเข้าปาก จึงเป็นสาเหตุให้ป่วยง่าย

กระเป๋าถือ - ชาร์ลส์ เจอร์บา นักจุลชีววิทยาสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยอาริโซนา เคยนำตัวอย่างกระเป๋าถือผู้หญิงไปตรวจพบว่า บริเวณก้นกระเป๋ามีเชื้อแบคทีเรียสะสมอยู่มากกว่า 1 หมื่นตัว ธนบัตรหรือเหรียญในกระเป๋าซึ่งผ่านมาไม่รู้กี่มือก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอย่างดี

ฟิตเนส - การออกกำลังกายในห้องปิดสนิท ไม่มีอากาศถ่ายเท เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคอย่างดี

โต๊ะทำงาน - เคยมีการสำรวจสถิติที่น่าตกใจว่า โต๊ะทำงานสกปรกมากกว่าที่นั่งชักโครกถึง 400 เท่า บนโต๊ะทำงานสิ่งที่สกปรกมากสุดคือโทรศัพท์ รองลงมาคือคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์และเมาส์

ชั่วโมงนี้ ไข้หวัดใหญ่ 2009 กำลังระบาด เพราะฉะนั้นอย่าลืมคำนึงถึงความสะอาดเป็นเบื้องแรก หมั่นล้างมือบ่อยๆ เป็นดีที่สุด

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ดื่มน้ำช่วงเวลาไหนดีที่สุด?




ทราบหรือไม่ว่าการดื่มน้ำก็ต้องมีเวลาที่ดื่มแล้วให้ประโยชน์สูงสุดเหมือนกัน วันนี้เรามีเรื่องนี้มาฝาก...


- ตื่นนอนตอนเช้า 1 แก้ว (400 ซี.ซี.) เพราะเป็นช่วงที่มีความเข้มข้นของเลือดสูง เลือดจะมีลักษณะขาดน้ำ


- ตอนสายๆ 2 แก้ว (เวลาประมาณ 9 โมงถึง 10 โมงเช้า) ช่วงนี้เป็นช่วงที่มีของเสียเกิดขึ้น เพราะร่างกายได้ทำงานไประยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้น จึงควรดื่มน้ำเพื่อมาชำระของเสียเหล่านั้นออกไป


- ตอนบ่ายๆ 3 แก้ว (เวลาประมาณบ่ายโมงถึงบ่ายสอง)


- ตอนเย็น 3 แก้ว (เวลาประมาณ 1 ทุ่มถึง 2 ทุ่ม)


- ก่อนนอนให้ดื่มน้ำอีก 1 แก้ว เพื่อให้น้ำที่ดื่มไหลเวียนชะล้างสิ่งตกค้างในลำไส้และกระเพาะอาหาร ยิ่งถ้าเป็นน้ำอุ่นด้วยแล้วจะยิ่งช่วยให้หลับสบายยิ่งขึ้น



** การดื่มน้ำเป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกาย และก็ควรดื่มให้ได้อย่างน้อย วันละ 8-10 แก้ว เพื่อสุขภาพที่ดี


วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

“อาหาร” เสริมสมอง บำรุงประสาท




สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญยิ่งในร่างกายมนุษย์ การบำรุงสมอง ถือเป็นสิ่งสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม ซึ่งอาหารที่เราทานอยู่ทุกวันนี้ คุณรู้หรือไม่ว่าอาหารประเภทใดที่มีประโยชน์และช่วยบำรุงสมอง ประเภทใดที่ส่งผลร้ายต่อสมอง


กินแป้งมากนัก...สมองเฉื่อย นักวิจัยด้านอาหาร กล่าวว่า คนที่ชอบรับประทานขนมขบเคี้ยวในปริมาณมากๆ อาจมีผลทำให้ได้รับอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลมาก หากไม่อยากสมองทึบหรือมีอาการง่วงเหงาหาวนอนบ่อย จึงควรลดอาหารประเภทแป้งทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโดนัท เค้ก กล้วยทอด มันทอด รวมทั้งไอศกรีม ทำใจแข็งเลี่ยงได้ควรเลี่ยงเสีย นอกจากนี้ ขณะท้องว่างแทนที่จะง่วนอยู่กับของขบเคี้ยวประเภทแป้งดื่มนมสักแก้ว จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น สารเคมีในสมองมีอยู่หลายชนิด แต่ที่จะกล่าวถึง คือ เซโรโทนิน (Serotonln) ที่ทำให้สมองสงบ ลดความตื่นเต้น และโดพามีน (Dopamine)

ผลไม้กับถั่ว...แหล่งแร่ธาตุที่สำคัญตัวหนึ่งคือ โบรอน (Boron) ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการส่งกระแสประสาทของสมอง ถ้าร่างกายได้รับธาตุโบรอนเสริมจากผลไม้หรือถั่ว จะช่วยให้สมองทำงานฉับไวขึ้น
โบรอนพบมากในถั่งเปลือกแข็งทั้งหลาย เช่น เกาลัด แมดคาเดเมีย รวมทั้งถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วดำ นอกจากนี้ผลไม้ไทย เช่น องุ่น พุทรา ฝรั่ง ชมพู่ก็มีสารโบรอนมากเช่นกัน

ปลาทะเลก็เป็นสารอาหารสุดยอดเพื่อสมอง โดยเฉพาะแร่ธาตุสังกะสีและไอโอดีนที่สมองขาดไม่ได้ นอกจากนี้ไขมันของปลาทะเลหลายชนิด เช่น ปลาแซลมอน ปลาทู ปลากะพง ปลาโอ ยังมีกรดไขมัน ดีเอชเอ (DHA หรือ Docoda Hexaenoic Acid) อยู่ไม่น้อย ซึ่งกรดไขมันชนิดนี้เป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของสมอง จะเป็นผลดีมากสำหรับเด็กซึ่งสมองกำลังพัฒนา หากได้รับประทานปลาทะเลในปริมาณที่เหมาะสม ทำให้สมองตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า สารเคมีทั้งสองชนิดนี้ จะทำงานร่วมกัน ความสมดุลของสารเคมีทั้งสองจึงมีความสำคัญต่อความคิด ความอ่าน และอารมณ์ของคนเราอย่างมาก อาหารที่เรารับประทานจะเป็นตัวสร้างและปรับสมดุลสารเคมีทั้งสองชนิดนี้


ไขมัน...อาหารที่ควรเลี่ยง อาหารที่มีไขมันสูง ประเภททอดน้ำมันท่วมทั้งหลาย หนังไก่ หรือสะเต๊ะหมูติดมัน ฯลฯ จัดเป็นอาหารกลุ่มที่ย่อยได้ช้า ซึ่งร่างกายอาจต้องใช้พลังงานไปกับการย่อยอาหารประเภทนี้มากเกินความจำเป็น ทำให้เหลือพลังงานที่จะแบ่งปันให้สมองได้น้อยลง

ไข่...ยอดอาหารโปรตีนราคาไม่แพง แถมช่วยทำให้สมองโปร่งสดชื่น เพราะไข่มีโปรตีน ทั้งนี้ไข่ไก่ให้คุณค่าโปรตีนมากกว่าเครื่องดื่มบรรจุขวดประเภทซุบไก่สกัดหรือรังนกที่มีราคาแพง อีกทั้งยังย่อยง่าย และมีสารเลซิติน ซึ่งมีวิตามินบีที่ชื่อว่า โคลีน (Choline) ช่วยในการทำงานของระบบประสาท
หากรับประทานอาหารได้ตามนี้ ยาตำรับไหนก็สู้ไม่ได้ รับรองว่านอกจากร่างกายแข็งแรงแล้วสมองยังแข็งแกร่งด้วย

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2552

[[กล้อง]] เขย่าโลก ?



[[กล้อง]] เขย่าโก ?
"กล้องป๊อกแป๊ก"
สิ่งที่หลงเหลือจากการล่มสลายขอโลกคอมมิวนิสต์สู้การสร้างความคลั่งไคล้ให้เกิดกับผู้คนทั่วโลก
"LOMO"



กล้องโลโม่รุ่น Lomo kompakat LC-A


โลโมกราฟี (อังกฤษ: Lomography) เป็นเครื่องหมายการค้าของ Lomographische AG ประเทศออสเตรีย สำหรับผลิตภัณฑ์และบริการเกี่ยวกับการถ่ายภาพ. โดยได้ซื้อสิทธิ์การใช้ชื่อมาจากโลโม (LOMO PLC) ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเลนส์ของรัสเซีย. กล้อง 35 มม. LOMO LC-A ถูกโปรโมตโดยผู้ที่ชื่นชอบในงานแสดงภาพต่าง ๆ ทั่วโลก

กล้องโลโม่รุ่นต่างๆในปัจจุบัน

ประวัติ กล้องเขย่าโลก [LOMO]

เดิมทีกล้องโลโม่ออกแบบมาเพื่อใช้ในหน่วยงานสายลับของกองทัพรัสเซีย โดย LOMO ย่อมาจาก Leningrad Optical Machinery Organization ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ผลิตเลนส์เพื่อใช้ในโครงการอวกาศของกิจการกองทัพและผลิตเลนส์ที่ใช้ในกล้องโทรทัศน์ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2526 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงและอุตสาหกรรมของสหภาพโซเวียตในขณะนั้น มีคำสั่งให้หน่วยงาน LOMO ผลิตกล้องเลียนแบบกล้องคอมแพคท์ของญี่ปุ่นขึ้นมาให้เร็วที่สุด ถูกที่สุดและมากที่สุด เพื่อแจกจ่ายให้พลเมืองรัสเซียทุกคนได้รู้จักการถ่ายรูป โดยมีคำขวัญว่า "คอมมิวนิสต์อันทรงเกียรติทุกคนควรมีกล้อง Lomo Kompakt Automat LC-A เป็นของตัวเอง" โดยผู้ผลิตกล้อง Lomo Kompakt Automat LC-A คือ Michail Aronowitsch Radionov อดีตสายลับ KGB
ต่อมาเมื่อในปี พ.ศ. 2534 Matthias Fiegl และ Wolfgang Stranzinger หนึ่งในผู้บริหารบริษัท Lomographische AG เดินทางไปท่องเที่ยวที่เมืองปรากสาธารณรัฐเช็ก แต่ลืมนำกล้องถ่ายรูปไปด้วย จึงไปซื้อและได้รู้จักกับกล้อง Lomo Kompakt Automat โดยบังเอิญ และหลังจากได้ถ่ายและล้างรูปจากร้านล้างรูปธรรมดาในซุเปอร์มาร์เก็ต ผลออกมา พบว่าภาพถ่ายมีสีสันจัดจ้านดูผิดเพี้ยน แต่มีความสวยงามจนทำให้พวกเขาได้หลงใหลกับภาพที่ปรากฏขึ้น และในปี 2535 Fiegl และเพื่อนได้จัดตั้งบริษัท Lomographische AG ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย หลังจากนั้นไม่นานกระแสความนิยมในโลโม่กระจายไปทั่วโลก ภายใต้แนวความคิดว่า "Lomography is an analog lifestyle product"

เอกลักษณ์

โลโมกราฟีเน้นการถ่ายภาพจากระดับเอว การใช้สีจัดเกิน สิ่งปนเปื้อนบนเลนส์ และจุดตำหนิอย่างจงใจ เพื่อสร้างความรู้สึกเป็นศิลปะ เป็นนามธรรม เหล่านี้เป็นสิ่งที่นักถ่ายภาพโลโมกราฟีนิยมชมชอบ. ด้วยขนาดที่เล็ก ทำให้กล้องโลโมเป็นที่นิยมสำหรับการพกพา และใช้บันทึกภาพในชีวิตประจำวัน. นอกจากนี้ ความสามารถในการถ่ายในที่ ๆ มีแสงน้อยได้ ทำให้มันเป็นที่นิยมสำหรับการภาพทีเผลอ (แคนดิด) การรายงานด้วยภาพ และภาพเหตุการณ์จริง (photo vérité, คำว่า vérité เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ความจริง)คุณสมบัติของโลโมแต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์แตกต่างกัน เช่น Holka และ Diana เป็นกล้อง Medium Format, Actionsampler และ Supersampler สร้างภาพได้หลายเฟรมหลายแอคชั่นในการกดชัตเตอร์ครั้งเดียว, Pop- 9 จะให้ภาพซ้ำแบบ Pop Art, Colorsplash มีแฟลชที่เปลี่ยนสีได้, Fisheye ลักษณะภาพจะดูนูน ขอบรูปวงกลม ดีไซน์กล้องที่ดูกึ่งๆ คลาสสิก, LC-A+ มีการ Recite ในเชิงประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็นกล้องโลโม่รุ่นแรกตั้งแต่สมัยสายลับรัสเซีย

คติของโลโมกราฟีคือ

"ไม่ต้องคิด ถ่ายไปเลย" ("don't think, just shoot")
กฎ 10 ข้อ ของโลโมกราฟี
1.พกกล้องโลโมของคุณไปทุกที่
2.ใช้มันตอนไหนก็ได้ - ทั้งกลางวันและกลางคืน
3.โลโมกราฟีไม่ใช่สิ่งสอดแทรก, แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ
4.ถ่ายจากเอว
5.เข้าใกล้วัตถุที่คุณต้องการความโลโม ให้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้
6.ไม่ต้องคิด
7.ทำให้เร็ว
8.คุณไม่จำเป็นต้องรู้ล่วงหน้าว่าคุณจะถ่ายได้อะไรในฟิล์ม
9.และคุณก็ไม่จำเป็นต้องรู้หลังจากถ่าย เช่นกัน
10.ไม่ต้องห่วงเรื่องกฏหรอก

ปัจจุบันแบรนด์โลโมค่อย ๆ เจริญเติบโต จนมีสังคมทางเว็บไซต์ ด้วยอาศัยสมรรถนะของเทคโนโลยี 2.0 ที่ผู้ใช้สามารถทำให้ฐานชุมชนของแบรนด์เติบโตขึ้นได้ด้วยตัวเอง ที่สามารถให้อับโหลดภาพฟรี การโพสต์ข้อเขียน ยังมีการใช้กลยุทธ์การบริหารงานผ่านเครือข่ายตั้งแต่ระดับโลกผ่านเว็บไซต์ lomography.com และในระดับภูมิภาคเอเชียกับ lomographyasia.com ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในฮ่องกง ขณะเดียวกันยังมีการทำตลาดแบบโลคอล ตามหัวเมืองหลักๆ ของโลกกว่า 70 แห่ง ซึ่งแต่ละประเทศในระดับท้องถิ่นมีการจัด ประกวดภาพถ่าย การทำ Workshop การจัดLomo trip การให้บริการหลังการขาย หรือหากเดินทางไปต่างประเทศ ผู้ถือสัญชาติ Lomographer สามารถใช้กล้องเป็นวีซ่า เพื่อเข้าไปขอคำปรึกษาในด้านต่างๆ ได้ เช่น การหาร้านอัดภาพในประเทศนั้นๆ ปัญหาในการใช้กล้อง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมของสาวกโลโม่ทั่วโลกที่ใหญ่ที่สุด ในงาน Lomo World Congress ซึ่งล่าสุดจัดขึ้นที่ลอนดอน
ส่วนในประเทศไทยมีการก่อตั้งสมาคม Lomography ประเทศไทย ซึ่งเคยมีการจัดงานร่วมกับ“ไทเกอร์เบียร์” นำไปใช้ในการจัดงาน “Tiger Translate” กิจกรรมใหญ่ ดนตรี ศิลปะ กับคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
แม้อาจจะเป็นสิ่ง "เก่า" ที "ใหม่" ในบางประเทศแต่มันก้สามารถทำให้ผู้คนหลงไหลกันทั่วหน้า