วันพุธที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2553
10 อาหารที่ไม่ควรกินบ่อย
1. ไข่เยี่ยวม้า ไข่เยี่ยวม้ามีตะกั่วค่อนข้างสูง ตะกั่วทำให้การดูดซึมแคลเซียมน้อยลง กินบ่อยๆ จะเสี่ยงโรคกระดูกโปร่งบางและอาจได้รับพิษตะกั่วเช่น สมองเสื่อม เป็นหมัน ฯลฯ
2. ปาท่องโก๋ กระบวนการทำปาท่องโก๋มีการใช้สารส้ม ซึ่งมีตะกั่วปนเปื้อน ตะกั่วทำให้ไตทำงานหนักในการขับสารนี้ออกไปนอกจากนั้นยังทำให้คอแห้ง เจ็บคอง่าย โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคร้อนในได้ง่าย
3. เนื้อย่าง กระบวนการรมไฟ ย่างไฟทำให้เกิดสารเบนโซไพรีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
4. ผักดอง ผักดองและของหมักเกลือทำให้ร่างกายได้รับเกลือโซเดียมสูง ถ้ากินบ่อยเกินหรือมากเกินจะทำให้หัวใจทำงานหนักเกิดความดันเลือดสูงและโรคหัวใจได้ง่าย นอกจากนั้นกระบวนการหมักดองยังทำให้เกิดสารแอมโมเนียมไนไตรด์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
5. ตับหมู ตับหมูมีโคเลสเตอรอลสูง การกินตับหมูบ่อยเกินหรือมากเกินทำให้เสี่ยงต่อโรคหัวใจ เส้นเลือดสมอง (อัมพฤกษ์อัมพาต) และโรคมะเร็งเพิ่มมากขึ้น
6. ผักขม ปวยเล้ง ผักขมและปวยเล้งมีสารอาหารสูง ทว่า...มีกรดออกซาเลตมาก ทำให้เกิดการขับสังกะสี และแคลเซียมออกจากร่างกายมาก การกินบ่อยเกินหรือมากเกินอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซียมหรือสังกะสีได้
7. บะหมี่สำเร็จรูป บะหมี่สำเร็จรูปมีสารกัดบูด สารแต่งรสค่อนข้างสูง และมีคุณค่าทางอาหารต่ำ การกินบะหมี่สำเร็จรูปมากเกิน หรือบ่อยเกินอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคขาดอาหารและการสะสมสารพิษได้
8. เมล็ดทานตะวัน เมล็ดทานตะวันมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูงทว่า... การกินมากเกินหรือบ่อยเกินอาจทำให้กระบวนการเคมี (metabolism) ในร่างกายผิดปกติ ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับภาวะไขมันในตับสูงอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคตับ เช่น ตับแข็ง ฯลฯเพิ่มขึ้น
9. เต้าหู้หมัก เต้าหู้ยี้ กระบวนการหมักเต้าหู้อาจมีการปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย... ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อคนสูงอายุ หรือเด็กเล็กได้ นอกจากนี้กระบวนการผลิตยังทำให้เกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่าง กาย
10. ผงชูรส คนเราไม่ควรกินผงชูรสเกินวันละ 6 กรัม หรือประมาณ 1 ช้อนชา... การกินผงชูรสมากเกิน หรือบ่อยเกิน ทำให้เกิดภาวะกรดกลูตามิกในเลือดสูงอาจทำให้ปวดหัว ใจสั่น คลื่นไส้และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์
วันเสาร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2553
“ขนมหวาน” ทานอย่างไร ไม่ให้ “อ้วน”
รู้ปริมาณแคลอรี
ก่อนกินควรอ่านปริมาณแคลอรีในขนม โดยดูจากฉลากแสดงข้อมูลโภชนาการข้างกล่อง หากเป็นไปได้ควรเลือกกิน หรือซื้อชนิดที่มีไขมันเป็นส่วนประกอบน้อยที่สุด
ลดแคลอรี
การตัดน้ำตาล ครีม ออกจากขนมก่อนกิน เช่น เกลี่ยน้ำตาลไอซิ่งที่โรยหน้าขนมปังออก หรือไม่ใส่กะทิในขนมหวาน จะลดพลังงานได้ถึง 81- 150 แคลอรี หรือเกลี่ยครีมหน้าขนมเค้กออก ลดพลังงานได้ถึง 160 แคลอรี
ควบคุมสัดส่วนการกิน
กินอย่างละนิดพอให้รู้รสชาติ เช่น คุกกี้ 1-2 ชิ้น เค้ก 1 ส่วน 4/ชิ้นเล็ก ไอศกรีม 1 ลูก คุณจะได้ชิมรสขนมทั้งหมดโดยได้แคลอรีเพียงครึ่งเดียว
ดื่มชาเขียว หรือกาแฟร้อนหลังมื้อขนม
กาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน หากต้องการเพิ่มรสชาติให้ใส่น้ำตาลเทียมแทน 5 นาที หลังกินขนมหวานเสร็จอย่านั่งอยู่กับที่
ออกไปเดินเล่นรอบบ้านๆ ประมาณ 15 นาที
วิธีนี้นอกจากจะช่วยย่อยแล้ว ยังป้องกันไม่ให้ไขมันสะสมที่หน้าท้อง ต้นขา และสะโพกได้อีกด้วย
30 นาที หลังกินของหวาน 5 ชั่วโมง
ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที เพื่อกำจัดแป้งและน้ำตาลก่อนกลายเป็นไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยก่อนและหลังออกกำลังกาย ควรดื่มชาเขียวร้อนหรือน้ำอุ่นเพื่อเสริมระบบเผาผลาญควบคู่ไปด้วย
งดแป้งและน้ำตาลในวันรุ่งขึ้น
มื้อเช้าและกลางวันเน้นผัก 80% โปรตีน 20% ส่วนมื้อเย็นให้กินผักผลไม้สดและดื่มน้ำเปล่าทั้งวัน
วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553
| ||||
วันอังคารที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2553
อาหารช่วยบำรุงความจำ
![]() |
พืชผักจำพวกหอมหัวใหญ่ พริก ขิง
มีสารสำคัญที่ช่วยเพิ่มเซลล์สมอง และกระตุ้นการหลั่งสารอะซีทิลโคลีน จึงช่วยให้ความจำดีขึ้น
ใบบัวบก
มีสารที่ช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของสมอง ทำให้สมองตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ดี สมาธิดี และความจำดีขึ้น
เนื้อสัตว์
มีสารทอรีน ที่พบเฉพาะในโปรตีนจากเนื้อสัตว์เท่านั้น ช่วยบำรุงสมอง
ปลาทะเล
มีโอเมก้า 3 ช่วยให้เซลล์ประสาททำงานได้อย่างเป็นปกติ ลดการเกิดพลัค (plaque) ในสมองและป้องกันอัลไซเมอร์ได้
ธัญพืช
มีกรดโฟลิก วิตามินบี 12 และวิตามินบี 6 เช่น ซีเรียลธัญพืช รำข้าว หรือข้าวซ้อมมือ อาหารเหล่านี้จะช่วยในเรื่องความจำได้เป็นอย่างดี
มะเขือเทศ
มีไลโคพีน สารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายของอนุมูลอิสระ ซึ่งพบในอาการของโรควิกลจริตและอัลไซเมอร์
บร็อกโคลี
เป็นแหล่งรวมของวิตามินเค ที่ช่วยในการเพิ่มศักยภาพในการเรียนรู้ และช่วยเพิ่มความสามารถในการจำ
ถั่ว ผักใบเขียว ไข่ ข้าวซ้อมมือ
มีวิตามินอีช่วยในการป้องกันความจำเสื่อม
เมล็ดฟักทอง
มีสังกะสีที่มีความสำคัญในการช่วยเพิ่มความทรงจำ ถ้ารับประทานเมล็ดฟักทองวันละ 1 กำมือ จะทำให้ได้รับสังกะสีเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
นอกจากอาหารที่แนะนำมาแล้วนั้น ยังมีผลการศึกษาวิจัยใหม่ๆ จากนักประสาทวิทยา สหรัฐฯ พบว่า สารเคมีในช็อกโกแลต ชา องุ่น และผลบลูเบอรี ช่วยบำรุงความจำได้ โดยช่วยให้เลือดลมในสมองเดินดีขึ้น และหากออกกำลังเพิ่มด้วยแล้วก็จะยิ่งช่วยให้สมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น
วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ฝาแฝดอายุมากที่สุดในโลก
![]() |
ลิลลี่ มิลวาร์ด และ เอน่า พูฟ คุณย่าฝาแฝดวัยย่าง 101 ปี ได้รับการจดบันทึกจากกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ด ให้เป็นฝาแฝดที่อายุมากที่สุดในโลก
โดย ลิลลี่ มิลวาร์ด และ เอน่า พูฟ เกิดเมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2453 ในมิดเวลส์ ประเทศอังกฤษ เติบโตมาด้วยกันและสนิทกันราวกับเป็นคน ๆ เดียวกันมาตลอด และมักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ เฉกเช่นฝาแฝดทั่ว ๆ ไป แต่พิเศษตรงที่คุณย่าทั้งสองมีอายุยืน และยังคงอยู่ด้วยกันมากว่า 100 ปี
คุณย่าทั้งสองได้เปิดเผยว่า พวกเธอเติบโตขึ้นมาด้วยกันในครอบครัวชาวไร่ และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทั้งวันในฟาร์มที่บ้าน ก่อนจะใช้ชีวิตช่วงหนึ่งกับครอบครัวของแต่ละคน และยังคงไปมาหาสู่กันบ่อยมาก ๆ ก่อนที่จะกลับมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบตลอดเวลาอีกครั้งหลังจากที่สามีของ ทั้งคู่เสียชีวิตไปเมื่อ 20 กว่าปีก่อน โดยพวกเธอมีลูกรวมกันทั้งหมด 10 คน คือ ลูกของคุณย่าลิลลี่ 7 คน และคุณย่าเอน่าอีก 3 คน ส่วนเคล็ดลับอายุยืนนั้น พวกเธอบอกว่าพวกเธอพยายามหัวเราะ และมองทุก ๆ อย่างเป็นเรื่องดี ๆ ที่ตลก และสนุกสนานทุก ๆ วัน จึงมีอายุยืนได้ถึงวันนี้ และทุกวันนี้ก็ยังคงมีสุขภาพดีเหมือนเดิม
ด้าน ไดแอน โพเวล วัย 64 ปี ลูกสาวของคุณย่าลิลลี่ ได้เปิดเผยว่า แม่และฝาแฝดของแม่สนิทกันมาก และทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นแบบนั้นอยู่ ขณะที่คุณย่าเองก็บอกว่า รู้สึกโชคดีที่คุณย่ายังมีชีวิตอยู่ด้วยกัน และยังแข็งแรงอย่างทุกวันนี
วันพฤหัสบดีที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันรัฐธรรมนูญ
| |||
|
วันพุธที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2553
เห็ดมีประโยชน์

เห็นชนิดนี้สามารถเพาะได้บนขอนไม้ผุและขี้เลื่อยที่มีความชื้นสูง เมื่อนำมาปรุงอาหารจะให้รสค่อนข้างอ่อน และไม่ค่อยมีกลิ่น จึงเหมาะกับผู้ที่เริ่มหันมากินเห็ด เพราะหลายคนมีปัญหาในการกินเห็ดบางชนิดที่มีกิล่นและรสเฉพาะตัว เห็ดชนิดนี้มีปริมาณโปรตีนและเส้นใยอาหารสูงจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ผู้ป่วยในระยะพักฟื้นหรือหลังผ่าตัด จุดเด่นอีกข้อหนึ่งคือ ช่วยลดคอเลสเตอรอล จึงเป็นขวัญใจของผู้ที่มีปัญหาหลอดเลือดเปราะและมีไขมันในเลือดสูง
จานอร่อย : นำเห็ดนางฟ้ามาฉีกเป็นเส้นยาวๆ ลวกน้ำร้อนให้สุกพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ นำมายำด้วยการคลุกกับน้ำยำที่ปรุงจากน้ำมะนาว พริกสด น้ำปลา และน้ำตาลเล็กน้อย ใส่ผักสด เช่น หอมหัวใหญ่ ต้นหอม สะระแหน่ มะเขือเทศ ตักใส่จานรองด้วย ผักกาดหอม ถ้าจะให้อร่อยยิ่งขึ้นสามารถเพิ่มเห็ดชนิดอื่นๆ ได้
เป็นเห็ดที่มีรสอ่อนแต่โดดเด่นด้วยความลื่น และเคี้ยวแล้วรู้สึกกรุบกรอบนิดๆ คล้ายสาหร่ายทะเล มีสาร "อะดีโนซีน" ซึ่งมีคุณสมบัติลดความข้นเหนียวของเลือดเหมือนที่พบในกระเทียมและหอมหัวใหญ่ ลดความเสี่ยงของภาวะเส้นเลือดอุดตันตามหลอดเลือดสมองและหัวใจ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สูงอายุและผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคดังกล่าว
จานอร่อย : ขอแนะนำก๋วยเตี๋ยวสารพัดเห็ดค่ะ วิธีการก็ง่ายนิดเดียว เพียงลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว ผัก เต้าหู้ เห็ดหูหนู และเห็ดอื่นๆ ที่คุณชอบอีก 2-3 ชนิด ตักใส่ชามปรุงรสตามชอบ เติมพริกไทย ต้นหอม ผักชี และกระเทียมเจียวโรยหน้าเล็กน้อย สุดท้ายเติมน้ำซุปเท่านี้ก็เรียบร้อย
เห็ดชนิดนี้เติบโตได้ดีบนขอนไม้ที่ได้จากไม้เนื้อแข็ง คุณสมบัติเด่นคือ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน เหมาะกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคหวัดและไข้หวัดใหญ่ เพราะในเห็ดชิตาเกะมีสารที่เป็นประโยชน์ในการต่อต้านแบคทีเรียและไวรัส นอกจากนี้สาวๆ ที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์ให้กับผิวพรรณไม่ควรพลาด เนื่องจากเห็ดนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้
จานอร่อย : เห็ดซิตาเกะ เมื่อนำไปต้มน้ำซุปจะให้รสหวานอ่อนๆ เข้ากันได้ดีกับฟักเขียวหรือหัวไชเท้าและไก่ อย่าลืมเพิ่มเก๋ากี้ สมุนไพรจีนเม็ดแห้งสีแดง ที่มีสรรพคุณบำรุงสายตา บำรุงไต บำรุงปอด แก้อ่อนเพลียได้
รู้จักกันในฉายา "แม่ไก่แห่งป่า" เนื่องจากเห็ดชนิดนี้มีรูปร่างคล้ายขนนกสีน้ำตาลรวมกันเป็นกลุ่มขนาดย่อมๆ เจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูหนาว ดังนั้นหากต้องการกินเห็ดที่สดใหม่จึงต้องรอช่วงปลายปี นอกเหนือจากนั้นจะเป็นเห็ดที่แช่เย็นเอาไว้ คุณค่าที่ได้ก็จะลดลงไปตามส่วน เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมะเร็ง หรือเนื้องอก เนื่องจากมีสารที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดความดันโลหิตและการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ
จานอร่อย : ด้วยกลิ่นและรสชาติที่มีเอกลักษณ์ของเห็ดไมตาเกะ เราขอแนะนำให้ปรุงเป็นอาหารนึ่งไอน้ำ เช่น ตุ๋นกับเต้าหู้ถั่วเหลืองชนิดอ่อน ปรุงรสเล็กน้อยด้วยเต้าเจี้ยว เพิ่มความหอมด้วยขึ้นฉ่ายต้นหอม และขิงหั่นฝอย กินเป็นอาหารเช้ากับข้าวสวยร้อนๆ
เห็ดยอดนิยมที่พ่อครัวทั่วโลกนำมาปรุงเป็นอาหารขึ้นโต๊ะอยู่เป็นประจำ ที่คุ้นเคยมากที่สุดคือนำมาปรุงเป็นเครื่องโรยหน้าพิซซ่าของโปรดของใครหลายคน เห็ดชนิดนี้มีสีขาวและมีรสอ่อนย่อยง่าย เหมาะกับผู้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร คุณสมบัติที่โดดเด่นอีกข้อหนึ่งคือ ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันป้องกันการเกิดเนื้อร้าย
จานอร่อย : นอกจากนำมาโรยปรุงเป็นหน้าพิซซ่าได้แล้ว เห็ดกระดุมยังเหมาะกับการนำมาปรุงในอาหารจำพวกผัดที่ใช้ไฟแรงเลือกผักที่คุณชอบ เช่น แครอท พริกหวาน กะหล่ำปลี หอมหัวใหญ่ หั่นเป็นชิ้นพอคำพักไว้ก่อน นำกระทะมาตั้งไฟใส่น้ำมันเล็กน้อย ใส่เห็ดกระดุมหั่นบางๆ ผัดกับกระเทียมให้หอม จากนั้นใส่ผักที่เตรียมไว้ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองและซีอิ๊วขาว



