วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เคล็ดลับ...ปาร์ตี้ ปีใหม่



หากคุณกำลังมองหาแรงบันดาลใจเพื่อฉลองปีใหม่ปีนี้ให้สนุกทั้งร่างกายและจิตใจ นี่คือ...คำแนะนำที่จะช่วยให้คุณสนุกเริงร่าในเทศกาลแห่งความสุขกันแบบสุด ฤทธิ์สุดเดช ที่ไม่ทำลายสุขภาพ แต่จะทำให้สุขภาพของคุณดีวันดีคืน

1. รองท้องด้วยสลัดซักจานก่อนไปปาร์ตี้
ก่อน ออกจากบ้านปาร์ตี้ถ้าไม่อยากให้ตัวเอง Enjoy Eating กับอาหารในปาร์ตี้จนลืมอ้วน ก็รับประทานอะไรรองท้องไปก่อนจะดีกว่า แนะนำว่า เป็นเมนูประเภท "สลัดผัก" หยิบจับผักที่มีอยู่ในตู้เย็น ผักอะไรก็ได้ หรือผลไม้อะไรก็ได้ หั่นใส่จานราดด้วยน้ำสลัดสำเร็จรูป หรือถ้าเป็นพวกแครอทก็จับมาหั่นเป็นแท่ง จิ้มทานกับน้ำสลัดก็ได้เช่นกัน แค่นี้ก็ทำให้ทานง่ายอร่อยขึ้น ถึงปาร์ตี้ก็ไม่ต้องกินโน่นกินนี่เพราะคุณรองท้องด้วยสลัดเพื่อสุขภาพมา เรียบร้อยแล้ว

2. ดื่มน้ำตาลทุกครั้งที่จิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ปาร์ตี้ กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดูจะขาดกันไม่ได้ เพราะนอกจากเติมสีสันแล้ว ยังช่วยสร้างอารมณ์สนุก คึกคัก ครึกครื้นให้ด้วย ซึ่งหากดื่มพอควรก็เป็นผลดี แต่ดื่มมากไปคงเสียเรื่องแน่ ๆ อย่างที่รู้กัน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำลายสุขภาพ ทำลายผิว เสี่ยงได้ก็เลี่ยงซะ แต่ถ้าไม่ได้ทุกครั้งที่จิบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปให้ดื่มน้ำตาม เพื่อไปเจือจาง ช่วยได้เยอะทีเดียว

3.แดนซ์กระจายเพื่อสุขภาพ
ปาร์ตี้ฉลองความสุขแบบนี้ต้องสร้างบรรยากาศให้คึกคักด้วยเสียงเพลง มัน ๆ เร้าใจ อาศัยช่วงเวลานี้ก็ดูเหมาะ ขยับแข้งขยับขา ถ้าเพลงโดนใจก็เริงร่าให้เต็มที่ ได้ทั้งเหงื่อ ได้ทั้งออกกำลังกาย ได้ทั้งคลายเครียด ได้ทั้งเสียงหัวเราะ

4.ก่อนถึงวันปาร์ตี้ หุ่นสวยได้ภายใน 24 ชั่วโมง
- มื้อเย็นก่อนวันงาน 1 วัน ให้ กินสลัดผักจานใหญ่ที่เต็มไปด้วยข้าวโพดต้ม และผักสดต่างๆ ราดด้วยน้ำสลัด Best Foods รสชาติที่ชอบ ดื่มน้ำ 3 แก้ว ตกดึก ๆ อาจหิว รับประทานผลไม้สด 1 จาน หรือเพิ่มรสชาติความอร่อยแบบไม่อ้วนโดยจิ้มกับน้ำสลัดสูตร Low Fat ก็ได้

- ช่วงเช้าของวันมีปาร์ตี้ ในมื้อเช้านี้ทำสลัดทูน่าใส่ผักสลัดกับทูน่ากระป๋อง ขนมปังโฮลวีต 1 แผ่นเสร็จแล้วดื่มน้ำผลไม้ 1 แก้ว และน้ำเปล่า 2 แก้ว

- มื้อกลางวัน หั่นกล้วยหอม 1 ผลใส่ในโยเกิร์ต 1 ถ้วย ทานพร้อมกับสลัดผักอีก 1 จานพร้อมนมพร่องไขมัน 1 แก้ว

- ช่วงบ่าย ๆ อาจจะหิว นำแอปเปิ้ล 1 ลูก หั่นเป็นชิ้น ๆ จิ้มกินกับน้ำสลัดรสเลมอน ดื่มน้ำเปล่า 2 แก้ว

- 6 โมงเย็น ใกล้เวลาปาร์ตี้เข้าไปทุกที กิน สลัดผลไม้ 1 จาน แล้วจากนั้นไม่ต้องรับประทานอะไรอีกเลย แค่เนี้ย...คุณจะรู้สึกตัวเบา หุ่นบางลง

5. เคลียร์งานให้จบก่อนถึงวันปาร์ตี้
คุณ จะไม่สนุกกับปาร์ตี้แน่ ๆ ถ้ายังห่วงหน้าพะวงหลังกับงานที่ยังค้างคาเพราะยังเคลียร์ได้ไม่จบสิ้นแทน ที่จะสนุกกลับทำให้เครียดหนักไปด้วยซ้ำ ไม่ดีต่อสุขภาพแน่ ๆ



วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เคล็ดลับดีๆในการนอน


1.ปล่อยวางก่อนนอน
- ปกติ ก่อนนอนคุณทำอะไรบ้าง ห้ามบอกว่า … คิดโน่นคิดนี่ เพราะไม่ใช่ชั่วโมงทำงานที่จะต้องคอยให้ความคิด นี่เป็นเวลาพักผ่อนของคุณนะ หากจะคิดก็คิดแค่วันนี้ทำอะไรมาบ้าง พรุ่งนี้จะทำอะไร อย่าทำให้ตัวเองยุ่งยากใจก่อนนอน เพราะมันเป็นเครื่องบั่นทอนความสุขและชีวิตประการหนึ่ง จะให้ดีควรนั่งสมาธิสัก 20 นาที แล้วแผ่เมตตาใจจะยิ่งสงบ พร้อมต่อการพักผ่อนอย่างยิ่ง

2.อย่าบังคับตัวเอง
-อย่า ไปกะเกณฑ์ตัวเองเลยว่าจะต้องนอนให้ครบกี่ชั่วโมง เพราะร่างกายมีกลไกการตื่นตามธรรมชาติ เพียงกำหนดรู้เท่านั้นว่าต้องตื่นกี่โมงเป็นชีวิตประจำวัน บางคนต้องคอยนั่งนับว่าจะครบ 8 ชั่วโมงไหม ได้สัก 6 ชั่วโมงไหม แม้จะมีค่าเฉลี่ยว่าคนเราควรนอนแค่ไหนจึงจะเต็มอิ่ม แต่เอาเข้าจริง หากจะเอาตัวเลขก็นอนให้ได้สัก 5-6 ชั่วโมงก็แล้วกัน แต่ทั้งหมดต้องทำให้เป็นปกติ ไม่ใช่บังคับตัวเอง

3.สะอาดพอจะนอนหรือยัง
-มนุษย์ งานทั้งหลาย แม้ภาระกิจจะรัดตัว (จนกิ่ว) มาตลอดทั้งวันเหน็ดเหนื่อยปางตาย ก็ต้องไม่ลืมชำระล้างตัวเองให้สะอาดก่อนนอน นอกจากจะกำจัดคราบเหงื่อไคล ไขมัน และฝุ่นที่เคลือบผิวออกไปแล้ว บรรดาจุลินทรีย์เพื่อนรัก ที่รายล้อมรอบตัวก็จะลดจำนวนลง โอกาสเป็นโรคผิวหนังยากยิ่ง

4.คุณผู้หญิงรักสวยรักงามก่
-ก่่อนนอนไม่จำเป็นต้องชโลมมอยส์เจอรไรเจอร์เพื่อบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นก็ได้โดย เฉพาะรอบดวงตา เพราะขณะที่นอน ของเหลวรอบตามีระดับสูงพอที่จะทำให้คุณตาบวมตอนเช้าเป็นปกติอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเพิ่มให้มันอีก หากตัดใจไม่ได้ ให้ทาเสียก่อนนอน 20 นาทีแล้วซับออก

ส่วนเด็ก ๆ ทั้งหลายอย่าลืมแปรงฟันให้สะอาดก่อนนอน เพราะขณะหลับเป็นเวลาหลายชั่วโมงนั้น จุลินทรีย์ในปากพร้อมที่จะทำงานโดยการดื่มกินเศษอาหารที่ติดอยู่ตามซอกฟัน เหงือกและลิ้น

5.ท่านอน
-การ นอนไม่ใช่สักแต่ว่าข่มตาลงหลับและกุลีกุจอตื่นขึ้นประกอบภารกิจของวันใหม่ เพราะท่าที่นอนก็มีส่วนสำคัญ;ต่อการทำงานของระบบหายใจ ระบบสูบฉีดโลหิต และระบบประสาทอัตโนมัติอื่น ๆ ของร่างกายไม่ได้หลับไปด้วย
* * ท่านอนที่ ดีที่สุดคือ นอนหงายเหยียดยาวในชุดที่ไม่ต้องรัดติ้วจนหายใจหายคอไม่ออก หนุนหมอนด้วยความสูงพอดี ให้ลำคอเหยียดตรงหากใช้หมอนข้างเล็กหนุนใต้คอแทนศีรษะได้ ยิ่งเป็นการดี เหยียดแขนออกห่างจากตัวเล็กน้อย ปล่อยสบาย ๆ ไม่เกร็งหรือไม่ก็ยกขึ้นไปเหนือศีรษะ งอข้อศอกเล็กน้อย จะช่วยให้การหายใจและการสูบฉีดโลหิตดี กระดูกสันหลังที่เหยียดตรงทำให้ร่างกายแข็ง ท่านอนหงายเต็มตัวทำให้อวัยวะในช่องท้องอยู่สบายในที่ทางของมันไม่ต้องเบียด เสียดเยียดยัดหรือกองออกันอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง


5.พยายามนอนให้ตรงเวลาทุกวัน
-ระบบร่างกายจะได้เคยชิน ถึงเวลาจะเริ่มง่วงและกำหนดให้เราหลับได้โดยปริยาย
คน ที่หลับยาก กรุณาอย่าใช้เตียงเป็นที่อ่านหนังสือ พร่ำบ่น คร่ำครวญ หรือดูโทรทัศน์เป็นอันขาด เตียงนอนควรใช้เป็นที่นอนอย่างเดียว เพราะนักจิตวิทยาเขาศึกษาแล้วว่า หากทำอย่างนี้สิ่งแวดล้อมจะช่วยกำหนดจิตใต้สำนึกของเราให้รับรู้ทันทีที่ หลังถึงเตียงหัวถึงหมอน จะหลับลงได้ราวกับปิดสวิตซ์

วันศุกร์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Moi-Même



- Je suis affectueuxe, ambitieuse , sociablese , curieuse et gaie

- Je n'aime pas les gens qui sont méfiante , nerveuse , capricieuses , agressive et timide

- Je suis gaie , curieuse et méfiante


วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552

“คริสต์มาสอีฟ” 24 ธันวาคม


วันที่ 24 ธันวาคม หรือที่รู้จักกันว่า “คริสต์มาสอีฟ” โดยในวันนี้ ชาวคริสต์จำนวนมากจะเดินทางไปร่วมพิธีนมัสการ ตามโบสถ์คาทอลิค ทำกันในเวลาเที่ยงคืน หรือที่ทางเยอรมนีเรียกว่า “ไวฮนาคท” (Weihnacht) หรือมีความหมายเดียวกันกับคำว่า "White Christmas" ซึ่งถือว่าเป็น “คืนอันศักดิ์สิทธิ์”

นอกจากนี้ในคืนก่อน วันนี้จะมีงานแครอลลิง ซึ่งจะมีเด็กๆ ไปร้องเพลงตามบ้าน ในคืนวันคริสต์มาส ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ จะมารวมตัวกันที่โบสถ์เพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น การแสดง ร้องเพลง

และในวันที่ 25 ธันวาคมก็จะมีการเฉลิมฉลองกันตามบ้านเรือน และถือเป็นโอกาสดีที่จะมีการเยี่ยมเยียนระหว่างญาติพี่น้อง ส่วนในตอนกลางคืนทุกคนจะพร้อมหน้าเพื่อมาร่วมรับประทานอาหารค่ำและอาหารมื้อสำคัญบนโต๊ะนั่นก็คือ ไก่งวง

ไก่งวงเริ่มแพร่ไป สู่อังกฤษเมื่อวิลเลียม สทริกแลนด์ ซื้อไก่งวงหกตัวจากพ่อค้าชาวอินเดียนแดงในเม็กซิโก และนำไปขายในเมืองบริสทอล ประเทศอังกฤษเมื่อค.ศ.1526 พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่เจ็ดทรงโปรดเสวยไก่งวงฉลองเทศกาลและชาวอังกฤษก็ปฏิบัติ ตาม แต่ยังถือเป็นของหรูหราจนถึงทศวรรษ 1650

ส่วนในวันที่ 26 ธันวาคมจะเป็น “วันบ็อกซิงเดย์” หรือวันเปิดกล่องของขวัญ ซึ่งวันนี้ในอดีตจะเป็นเป็นวันที่ศิษยาภิบาลเคยเปิด "กล่องทาน" ในโบสถ์ และแจกเงินให้สมาชิกที่ยากจน ต่อมาชาวอังกฤษก็ให้ของขวัญแก่พวกคนใช้ และเจ้าหน้าที่ต่างๆ เพื่อเป็นการตอบแทนที่พวกเขาได้ทำงานและจัดการเฉลิมฉลองในช่วงคริสต์มาส *แต่ถ้าวันที่ 26 ธันวาคมตรงกับวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ วันบ็อกซิ่งเดย์ก็จะเลื่อนไปเป็นวันจันทร์แทน



วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

"กีวี" สุดยอดพลังสารอาหาร



ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่โชคดี เพราะมีพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์เอื้อต่อการปลูกผลไม้หลายๆชนิด ทำให้คนไทยเรามีผลไม้กินไม่ขาดสายตลอดทั้งปี แล้วแต่ใครจะเลือกตามความชอบของตัวเอง ถ้าใครกินผลไม้้ได้ทุกประเภทก้คงไม่มีปัญหา เพราะมั่นใจได้ว่าจะได้รับวิตามินครบถ้วน แต่สำหรับใครที่ค่อนข้างจะเลือกรับประทาน อาจต้องคิดหนักหน่อยว่าจะเลือกซื้อผลไม้ชนิดใด อย่างไร เพื่อให้คุ้มค่ากับราคา และได้ประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ ข้อแนะนำง่ายๆ คือเลือกผลไม้ที่มีคุณค่าสารอาหารสูง และคำนึงถึงปริมาณวิตามินที่ร่างกายจะได้รับ ซึ่งหนึ่งในบรรดาผลไม้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงสุด ในปริมาณแคลอรีต่ำที่สุด คือ “กีวี”

แหล่งวิตามินซีในปริมาณสูงสุด
นอก จากกีวีสีเขียวที่เราคุ้นเคย ยังมีกีวีโกลด์ หรือกีวีสีทองให้เลือกบริโภค กีวีทั้งสองชนิดมีปริมาณวิตามินซีสูงสุดหากเทียบกับผลไม้ขึ้นชื่อเรื่อง วิตามินซี อาทิ ส้ม หรือมะละกอ จากการวิจัยพบว่ากีวี หนึ่งผลมีวิตามินซีมากกว่าส้มหนึ่งลูกถึง 74% การรับประทานกีวีสองผลต่อวันจะช่วยเพิ่มปริมาณวิตามินซีในร่างกายอย่างเห็น ได้ชัด ช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกันโรคซึ่งเป็นเกราะธรรมชาติที่ช่วยป้องกัน ไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ และซ่อมแซมร่างกายส่วนที่สึกหรอและกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ

อุดมด้วยโฟเลต สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
โฟเลตมีบทบาทสำคัญในการสร้างสารพันธุกรรม จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเด็กทารกและคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายต้องการเซลล์ใหม่เป็นจำนวนมาก การรับประทานโฟเลตเป็นประจำทั้งก่อนและระหว่างตั้งครรภ์ ยังช่วยทำให้ผิวและเซลล์เม็ดเลือดมีสุขภาพดี กีวีมีปริมาณโฟเลตสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับกล้วย มะม่วง สัปปะรด และแอปเปิ้ล โดยมากกว่ากล้วย 49% และมากกว่ามะม่วงถึง 112.8%

สุดยอดคุณค่าวิตามินอี
วิตามินอีได้รับการขนานนามว่าช่วยชะลอความแก่ชรา ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ลดความเสื่อมของอวัยวะต่างๆ คุณสมบัติ ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระของวิตามินอี นอกจากจะช่วยป้องกันเซลล์จากการเสื่อมสภาพแล้ว ยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยในการไหลเวียนของเลือดอีกด้วย จากการวิจัยพบว่ากีวีมีปริมาณวิตามินอีสูงสุด โดยเฉพาะกีวีทอง ซึ่งมีวิตามินอีมากกว่ามะม่วงถึงหนึ่งเท่า

เต็มที่ด้วยพลังไฟเบอร์
ไฟ เบอร์หรือเส้นใยอาหารเป็นสารที่ไม่ให้พลังงานในร่างกาย แต่เข้าไปยึดพื้นที่ในระบบทางเดินอาหารทำให้อิ่มได้เร็วและนาน นอกจากนี้ ยังช่วยชำระล้างและปรับปรุงระบบย่อยอาหาร รวมถึงส่งเสริมให้หัวใจและร่างกายแข็งแรง กีวีเขียวหนึ่งผลมีปริมาณไฟเบอร์มากกว่ากล้วย 15% และมากกว่าแอปเปิ้ลและส้มถึง 25%

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552

มะระ... ขมแต่ดี

มะระ เป็นพืชล้มลุกชนิดไม้เถา จัดเป็นผักตระกูลเดียวกับ ฟัก แตงกวา บวบ ค้นพบครั้งแรกในประเทศจีน ก่อนที่แพร่ขยายไปในแถบทวีปเอเชียและอินเดีย จนกลายเป็นผักที่ใครๆ ก็รู้จักทุกวันนี้ ปัจจุบันในบ้านเรานิยมบริโภคมะระเพียงสองชนิด คือ มะระขี้นก ซึ่งมีขนาดเล็ก ผิวขรุขระ สีเขียวแก่ หัวและท้ายเรียวแหลม มีรสชาติขม และมะระจีน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ชาวจีนนำเข้ามาในประเทศไทย ลักษณะผลมีขนาดใหญ่ สีเขียวอ่อน น้ำหนักมาก แต่มีความขมน้อยกว่า

มะระทำไมขม
เหตุที่มะระมีรสขม เพราะในมะระมีสารเคมีชนิดหนึ่งชื่อ Momodicine ซึ่ง มีสรรพคุณในการช่วยกระตุ้นความรู้สึกให้อยากอาหาร ขณะเดียวกันก็ยังช่วยให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งรสขมที่แฝงอยู่ในผลมะระยังมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน โดยเฉพาะผู้มีปัญหาเรื่องท้องผูกเป็นประจำ จึงสมควรที่จะนำมะระมาปรุงอาหารกินบ่อยๆ ซึ่งทั้งมะระจีนและมะระขี้นสามารถนำมาประกอบอาหารได้มากมายหลายชนิด เช่น มะระต้มจืด แกงจืดมะระยัดไส้ มะระผัด ยำมะระสด หรือลวกจิ้มน้ำพริก แถมราคาก็ไม่แพงมาก ตามท้องตลาดโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 10-30 บาท ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจในช่วงๆ นั้น

หวานเป็นลม ขมเป็นยาจริงๆ
แม้มะระจะขึ้นชื่อลือชาเรื่องความขมจนติดลิ้น แต่ก็มีคุณค่าทางโภชนาการ เพราะในมะระมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น แคลเซียม ช่วยเสริมสร้างการทำงานของกระดูกและฟัน ช่วยให้เลือดแข็งตัว มีฟอสฟอรัสซึ่งทำงาน ซึ่งทำงานสัมพันธ์กับแคลเซียมในการบำรุงกระดูกและฟัน บำรุงสมอง กล้ามเนื้อ วิตามินซีที่ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส อีกทั้งยังมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูง ช่วยในการสร้างภูมิคุ้มกันโลกและปกป้องเซลล์จากการทำลายของสารก่อมะเร็ง

นอกจากนั้นส่วนๆ ของต้นมะระยังเป็นพืชผักสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาอีกหลายประการ เช่น ใบสดใช้ต้มดื่มเพื่อบรรเทาอาการหวัด รักษาแผลในกระเพาะอาหาร แก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ ลดการบวมหรือฟกช้ำตามร่างกาย และสามารถใช้ทาแก้อาหารผื่นคันได้ด้วย ส่วนผลมะระเมื่อสุก คั้นเอาแต่น้ำ ใช้ทาหน้าเพื่อแก้อาการสิวอักเสบ ผลดิบ ลวกกินกับน้ำพริก แก้อาการปวดเข่าในผู้สูงอายุ หรือแม้แต่เมล็ดมะระก็มีคุณสมบัติในการปรับธาตุในร่างกายให้เกิดความสมดุล รากสดของมะระใช้ต้มน้ำดื่มแก้ไข้ และบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวารได้ด้วย ในการเลือกซื้อมะระมาทำอาหารแต่ละครั้งนั้น ถ้าไม่อยากได้มะระแก่ไปทำอาหาร ควรสังเกตที่หนามของมะระถ้าหนามมีลักษณะแข็ง แสดง ว่ามะระนั้นแก่เต็มที่ ไม่ควรซื้อเพราะจะมีรสขมมาก แต่ถ้าหนามมีลักษณะอ่อนนิ่ม แสดงว่าเป็นมะระอายุน้อยและไม่ขม สามารถนำมาประกอบอาหารได้

วันจันทร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เคล็ดลับง่าย ๆ แก้ริมฝีปากแห้ง


ใครที่ประสบกับปัญหาริมฝีปากแห้ง วันนี้มีวิธีแก้มาฝากกัน...

อย่างแรกต้องรู้ก่อนว่า แท้จริงแล้วอาการปากแห้งมีสาเหตุมากจาก การดื่มน้ำน้อยความเครียด การพูดเป็นเวลานาน ๆ การรับประทานยารักษาโรคบางชนิด รวมทั้งการรับรังสีเพื่อการรักษาโรค


อาการ ปากแห้งหากปล่อยทิ้งไว้ อาการอาจรุนแรงจนริมฝีปากแห้งแตกลอกเป็นขุย หนักเข้าปากอาจเริ่มเจ่อบวมแดงจนเกิดอาการเจ็บแสบในยามขยับปากหรือรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน นอกจากนี้ปากแห้งมากจนน้ำลายเหนียว ก็สามารถส่งผลให้เชื้อโรคในช่องปากจะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดกลิ่นปากตามมาอีกด้วย


* สิ่งสำคัญที่สุด ในการแก้อาการปากแห้งคือการดื่มน้ำสะอาดให้มาก ๆหรือจิบน้ำอุ่นบ่อย ๆ หากปากแห้งมากจนลอกเป็นขุย ให้ใช้น้ำอุ่นผสมเกลือป่นเล็กน้อยใช้สำลีหรือทิชชูชุบให้เปียกพอหมาดๆ แล้วใช้ปากคาบทิ้งไว้ 3-5 นาที หรือเช็ดไล้เบา ๆไปบนริมฝีปาก จะช่วยให้ขุยต่าง ๆ หลุดลอกออกไปได้ และหมั่นทาลิปมันหรือปิโตรเลียมเจลบนริมฝีปากเป็นประจำ


ถ้าริมฝีปากแห้งอีกครั้งหน้า ก็อย่าลืมนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.